คลังเก็บป้ายกำกับ: ฟ้องซ้อน

[ป.วิ.แพ่ง ภาค 2] ในคดีแพ่ง โจทก์คนเดียวกันฟ้องจำเลยคนเดียวกันไว้หลายคดี โดยคำฟ้องมีสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเป็นอย่างเดียวกัน แต่มีคำขอท้ายฟ้องแตกต่างกัน หากคดีก่อนยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลใดศาลหนึ่ง คำฟ้องคดีหลังจะเป็นฟ้องซ้อนหรือไม่

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 173 วรรคสอง (1) วางหลักว่า เมื่อศาลได้รับคำฟ้องแล้ว ให้ศาลออกหมายส่งสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยเพื่อแก้คดี และภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง ให้โจทก์ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายนั้น นับแต่เวลาที่ได้ยื่นคำฟ้องแล้ว คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา และผลแห่งการนี้ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกัน หรือต่อศาลอื่น

หลักเกณฑ์เรื่องฟ้องซ้อน
1. คดีก่อนได้มีการยื่นฟ้องคดีไว้แล้ว
2. ขณะยื่นฟ้องคดีใหม่ คดีก่อนยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลใดศาลหนึ่ง
3. ห้ามโจทก์คนเดิมฟ้องจําเลยคนเดิม
4. ห้ามฟ้องคดีใหม่ทุกรูปแบบ
5.ไม่ว่าจะต่อศาลเดียวกันหรือศาลอื่น
6. ห้ามฟ้องในเรื่องเดียวกัน

การที่โจทก์คนเดียวกันฟ้องจำเลยคนเดียวกันไว้หลายคดี โดยในคำฟ้องมีสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเป็นอย่างเดียวกัน แม้จะมีคำขอท้ายคำฟ้องแตกต่างกัน ก็ต้องถือว่าเป็นการฟ้องเรื่องเดียวกัน และเป็นคำขอที่สามารถขอได้ในคดีก่อนอยู่แล้ว หากคดีก่อนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลใดศาลหนึ่ง คำฟ้องคดีหลังย่อมเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามป.วิ.แพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1)

ถึงแม้ว่า ความเสียหายที่เรียกร้องมาในคดีใหม่จะเพิ่งปรากฏขึ้นภายหลังฟ้องคดีก่อนก็ตาม โจทก์ก็สามารถขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมในคดีก่อนได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ในป.วิ.แพ่ง มาตรา 179, 180, 181

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2222/2562 คดีสองสำนวนก่อนกับคดีนี้เป็นเรื่องฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการที่จำเลยเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายฉบับเดียวกันในคราวเดียวกัน จึงมีสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นเดียวกัน แม้คดีนี้จะมีคำขอที่แตกต่างกันไปโดยอ้างข้อตกลงในสัญญาตัวแทนจำหน่ายว่าภายหลังเลิกสัญญากันแล้ว จำเลยมีหน้าที่รับคืนสินค้าแต่จำเลยไม่รับคืน ทำให้โจทก์เสียหาย ก็เป็นคำขอที่สามารถขอได้ในสองคดีก่อนอยู่แล้ว เพราะการเรียกค่าเสียหายเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุที่จำเลยเลิกสัญญาฉบับเดียวกัน และจำเลยมีหนังสือแจ้งการไม่ต่อสัญญาตัวแทนจำหน่ายไปยังโจทก์ พร้อมกับแจ้งสิทธิหน้าที่ตามสัญญาตัวแทนจำหน่ายให้โจทก์ส่งมอบสินค้าในคลังสินค้าคืนแก่จำเลยตามราคาที่สั่งซื้อไปถึงสองครั้งแต่โจทก์เพิกเฉยและกลับไปฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นเป็นสองคดีก่อน แสดงได้ชัดเจนว่ามีข้อโต้แย้งเรื่องคืนสินค้ากันก่อนฟ้องสองคดีก่อน และค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องเรียกในคดีนี้สามารถเรียกได้ในสองคดีก่อนอยู่แล้ว หรือหากมีความเสียหายเพิ่งปรากฏภายหลังฟ้องสองคดีก่อน โจทก์ก็สามารถขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเรียกค่าเสียหายในสองคดีก่อนได้ การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันใหม่เป็นคดีนี้ ขณะที่คดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1)