เจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้บางส่วนจากผู้ค้ำประกันร่วมคนหนึ่ง ลูกหนี้และผู้ค้ำประกันร่วมอีกคนหนึ่งจะยังคงต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ในหนี้ส่วนที่เหลืออีกหรือไม่

Spread the love

 คำพิพากษาฎีกาที่319/2561 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 2 หมวด 5 ความระงับแห่งหนี้ส่วนที่ 1 ถึงส่วนที่ 5 บัญญัติให้หนี้เป็นอันระงับไปต่อเมื่อได้มีการชำระหนี้ มีการปลดหนี้ มีการหักกลบลบหนี้มีการแปลงหนี้ใหม่ หรือหนี้นั้น ๆ เกลื่อนกลืนกัน การที่โจทก์ยอมรับชำระหนี้เพียงบางส่วนจากบรรษัทประกันสินเชื่อ อ. ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ย่อมเป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 1 เฉพาะเท่าที่ปลดหนี้ให้เท่านั้น เมื่อการชำระหนี้นั้นยังไม่ครบจำนวนทั้งไม่ปรากฏเหตุอื่นที่อาจทำให้หนี้ดังกล่าวทั้งหมดระงับสิ้นไป แต่ยังมีหนี้ที่โจทก์เรียกให้จำเลยที่ 1 ชำระอีก การที่โจทก์ยอมรับชำระหนี้บางส่วนจากบรรษัทประกันสินเชื่อ อ. เป็นเพียงโจทก์ยอมรับชำระหนี้บางส่วนจากผู้ค้ำประกัน เมื่อยังมีหนี้ส่วนที่เหลือจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ชั้นต้นคงต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้อีกจนครบจำนวนตาม ปพ.พ. มาตรา 685 จำเลยที่1 ฐานะลูกหนี้ชั้นต้นจึงไม่อาจหลุดพันจากความรับผิดไปกับบรรษัทประกันสินเชื่อ อ.ไปด้วย สำหรับจำเลยที่ 2 ซึ่งมีฐนะเป็นผู้ค้ำประกันเช่นเดียวกับบรรษัทประกันสินเชื่อ . เมื่อทั้งจำเลยที่ 2 และบรรษัทประกันสินเชื่อ อ. ต่างได้ทำสัญญาค้ำประกันหนี้สินเชื่อดังกล่าวของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ อันถือเป็นผู้ค้ำประกันร่วม ในหนี้รายเดียวกันย่อมต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 682 วรรคสอง และเมื่อบทบัญญัติในลักษณะค้ำประกันมิได้กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกันที่มิได้ค้ำประกันร่วมกัน แต่ต้องรับผิดร่วมกันดังกล่าวไว้จึงต้องใช้หลักทั่วไป ตามมาตรา 229 มาตรา 293 และมาตรา 296 ด้วยเหตุนี้ แม้โจทก์จะยอมรับการชำระหนี้และปลดหนี้ให้กับบรรษัทประกันสินเชื่อ อ. คงเป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 2 เพียงเท่าส่วนของบรรษัทประกันสินเชื่อ อ. ชำระให้โจทก์และที่โจทก์ปลดไป ซึ่งไม่อาจใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 2 ในส่วนที่ปลดไปได้เท่านั้น หาทำให้จำเลยที่ 2 หลุดพนจากความรับผิดในหนี้ส่วนที่เหลือไม่