คลังเก็บป้ายกำกับ: คำพิพากษาฎีกา

บุคคลซึ่งมิใช่ผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ในความผิดลหุโทษการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และพนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องหรือไม่

คำพิพากษาฎีกาที่ 4104/2562  

จำเลยเข้าไปในอาคารพิพาทสำนักงานของโจทก์ร่วมที่1ซึ่งเป็นนิติบุคคลและส่งเสียงดังอันเป็นการรบกวนการทำงานและทำให้พนักงานของโจทก์ร่วมที่ 1 ไม่อาจทำงานได้ซึ่งเป็นการกระทำความผิดฐานก่อความเดือนร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นตาม ป.อ.มาตรา 397 อันเป็นความผิดลหุโทษนั้น เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดินและมิใช่ความผิดต่อส่วนตัวที่จะต้องมีการร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 121 วรรคสอง พนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนตาม ป.วิ.อ.121 วรรคหนึ่ง  โดยไม่ต้องมีการร้องทุกข์กล่าวโทษจากผู้เสียหาย ดังนั้น แม้ศาลจะวินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมที่1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลจะมิใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานดังกล่าวและการร้องทุกข์จะไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม  ย่อมไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป  เพราะถึงอย่างไร โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานดังกล่าวได้ ฎีกาของจำเลยในปัญหาดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 225 วรรคหนึ่ง , 252 ประกอบ ป.วิ.อ.มาตรา 15 และพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4  

ใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นแต่ผู้อื่นถึงแก่ความตายหลังเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ดังนี้ ผู้กระทำความผิดจะมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือไม่

คำพิพากษาฎีกาที่ 3503/2559 ขณะที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย ผู้ตายไม่ได้มีการกระทำที่เป็นการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแก่จำเลย การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68
ผู้ตายถูกกระสุนปืนที่จำเลยยิงที่ชายโครงทะลุปอด ตับและลำไส้จนฉีกขาด แพทย์ต้องรักษาอาการบาดเจ็บของผู้ตายด้วยการผ่าตัดทันที แม้ผู้ตายถึงแก่ความตายหลังเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน เนื่องจากติดเชื้ออย่างรุนแรง ย่อมถือได้ว่าการตายของผู้ตายเป็นผลธรรมดาอันสืบเนื่องจากการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่ามิใช่ถึงแก่ความตาย จากเหตุแทรกแซงหรือเหตุอื่นแต่อย่างใด จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288