คลังเก็บป้ายกำกับ: คำพอพากษาศาลฎีกา

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม โจทก์จะฎีกาว่าผู้รับมอบอำนาจโจทก์ฉ้อฉลโจทก์เพราะทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้กระทำได้ ได้หรือไม่

คำพิพากษาฎีกาที่ 4658/2562 

โจทก์ฎีกาว่า ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ฉ้อฉลโจทก์เพราะทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้กระทำได้ สัญญาประนีประนอมยอมความเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้ออ้างของโจทก์เท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรคสอง (2)  

การตีความหนังสือมอบอำนาจท้ายคำฟ้องว่า ผู้รับมอบอำนาจโจทก์มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์มีสิทธิฎีกาได้ เมื่อผู้รับมอบอำนาจโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่มีอำนาจ สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันโจทก์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้บังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่ชอบ  

โจทก์อุทธรณ์และฎีกาขอให้พิพากษาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมตกเป็นโมฆะและขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นเงินได้ ต้องเสียขึ้นศาลชั้นอุทรรณ์และชั้นฎีกาชั้นละ 200 บาท 

คำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์อ้างว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ถูกลักไปเป็นของบุคคลคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เสียหาย ระหว่างพิจารณามีบุคคลอีกคนหนึ่งยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์อ้างว่าตนเป็นผู้เสียหายเพราะเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกลัก พนักงานอัยการโจทก์และจำเลยไม่ค้าน ดังนี้ ศาลจะอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ ได้หรือไม่

คำพิพากษาฎีกาที่ 2979/2562 

ตามฟ้องโจทก์อ้างว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ถูกลักไปเป็นของ ร. ผู้เสียหาย ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ส. ยื่นคำร้องอ้างว่าตนเป็นผู้เสียหายเพราะเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกลักไป ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ โดยโจทก์และจำเลยทั้งสองแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ส. เป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกลักไป และไม่คัดค้านที่ ส. จะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ แม้คำแถลงของโจทก์และจำเลยทั้งสองจะเป็นประโยชน์แก่ ส. แต่คำแถลงของโจทก์เกี่ยวกับตัวผู้เสียหายแตกต่างไปจากฟ้อง โดยโจทก์ไม่ได้อ้างว่ามีเหตุผลอย่างไรที่แถลงแตกต่างไปเช่นนั้น ดังนี้ กรณียังไม่อาจรับฟังว่า ส. เป็นผู้เสียหายไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 30 

ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน หากผู้ร้องทุกข์ให้ดําเนินคดีไม่ได้รับมอบอํานาจจากผู้เสียหายที่แท้จริงให้ร้องทุกข์ หรือหนังสือมอบอํานาจให้ร้องทุกข์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานสอบสวนจะมีอํานาจสอบสวนและพนักงานอัยการมีอํานาจฟ้องหรือไม่

คําพิพากษาฎีกาที่ 1030/2562  

ความผิดตาม ป.ที่ดิน มาตรา 9 (1), 108 ทวิ เป็นความผิดที่กระทําต่อรัฐไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนมีอํานาจสอบสวนได้แม้จะไม่มีคําร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 121 ดังนั้น เมื่อพนักงานสอบสวนทําการสอบสวนคดีนี้แล้ว พนักงานอัยการย่อมมีอํานาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 28 (1), 120 และ พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11 (1) โดยมิต้องคํานึงว่าผู้ร้องทุกข์ให้ดําเนินคดีจะเป็นผู้ใด หรือร้องทุกข์ให้ดําเนินคดีแก่ใครบ้าง ผู้ร้องทุกข์ได้รับมอบอํานาจจากผู้เสียหายที่แท้จริงหรือไม่ และหนังสือมอบอํานาจดังกล่าวจะปิดอากรแสตมป์กับมีตราสําคัญของผู้มอบอํานาจประทับไว้หรือไม่ โจทก์จึงมีอํานาจฟ้อง