คลังเก็บป้ายกำกับ: กฎหมายหุ้นส่วนบริษัท

ห้างหุ้นส่วนสามัญ หุ้นส่วนคนหนึ่งสั่งซื้อสินค้าอันเป็นไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นจะต้องผูกพันและร่วมรับผิดด้วยโดยไม่จำกัดจำนวน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1050  การใด ๆ อันผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้น ๆ ด้วย และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้ อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้น

หลักเกณฑ์ ป.พ.พ. มาตรา 1050
1.หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งดำเนินการในฐานะหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนสามัญ
2.การนั้นเป็นกิจการในทางธรรมดาการค้าของห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น
3.หุ้นส่วนหมดทุกคนมีความผูกพันในการนั้นด้วย
4.หุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้

การที่หุ้นส่วนคนหนึ่งสั่งซื้อของโดยดำเนินการในฐานะหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนสามัญ โดยเป็นการดำเนินการอันเป็นทางธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1050 ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นย่อมต้องผูกพันในการนั้นด้วย

คำพิพากษาฎีกาที่ 5563/2561 จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับบุคคลในครอบครัวของจำเลยที่ 1 ตกลงเข้ากันเพื่อประกอบกิจการร้าน น. ร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์แบ่งปันผลกำไรระหว่างกัน จึงเข้าลักษณะเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012
การที่จำเลยที่ 2 สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์เป็นการดำเนินการในฐานะหุ้นส่วนของร้าน น. อันเป็นไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วน จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ 2 ย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆ ด้วย และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1050 

คำบอกกล่าวเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ได้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่นับถึงวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้ 6 วัน หากได้มีการประชุมและมีการลงมติ จะมีผลทางกฎหมายอย่างไร

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1175 วรรคหนึ่ง วางหลักว่า คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ให้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน …

มาตรา 1195  การประชุมใหญ่นั้นถ้าได้นัดเรียกหรือได้ประชุมกัน หรือได้ลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะนี้ก็ดี หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทก็ดี เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดร้องขึ้นแล้ว ให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบนั้นเสีย แต่ต้องร้องขอภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมตินั้น

หลักเกณฑ์
1. คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1175
1.1 ให้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน และ
1.2 ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
2. การประชุมที่ฝ่าฝืน ป.พ.พ. มาตรา 1175
3. กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ที่ผิดระเบียบ
4. ต้องร้องขอภายใน 1 เดือน

บริษัทจำกัดส่งคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น หากปรากฏว่าขั้นตอนการลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ฯ เมื่อนับถึงวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นนับได้เพียง 6 วันเท่านั้น ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1175 วางหลักขั้นตอนการบอกกล่าวเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นไว้ว่าต้องลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน จึงทำให้การประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติ มาตรา 1175 ประกอบมาตรา 1195 เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นร้องขอต่อศาลภายใน 1 เดือน ศาลต้องเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ที่ผิดระเบียบนั้นเสีย

คำพิพากษาฎีกาที่ 3996/2561  ป.พ.พ. มาตรา 1175 และ 1195 ได้กำหนดขั้นตอนการบอกกล่าวเรียกประชุมผู้ถือหุ้นไว้ว่าต้องลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และต้องส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยมุ่งประสงค์ให้มีการแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าว่าบริษัทจะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ในกิจการใด ที่ใด เมื่อใด เพื่อผู้ถือหุ้นจะได้มีโอกาสเตรียมตัวสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นได้โดยเต็มที่ เพื่อไม่ให้ผู้บริหารเอาเปรียบดำเนินการรวบรัดในการประชุม แม้ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะมิได้บัญญัติถึงผลของการไม่ปฏิบัติตามในเรื่องคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ จะต้องเป็นโมฆะหรือเสียเปล่าก็ตาม แต่ก็ให้สิทธิกรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบนั้นเสีย โดยต้องร้องขอภายในเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมตินั้น ถ้าหากไม่มีการร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบภายในเดือนหนึ่งแล้ว มติของที่ประชุมดังกล่าวก็มีผลสมบูรณ์ใช้บังคับได้ ผู้ใดจะขอให้เพิกถอนไม่ได้ 
คำบอกกล่าวกล่าวเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ได้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ เมื่อนับถึงวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ได้เพียง 6 วัน คำบอกกล่าวเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น จึงลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ก่อนวันนัดประชุมไม่ครบเจ็ดวัน อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 1175 วรรคหนึ่ง ทำให้การนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นจึงไม่ชอบ และเป็นผลให้มติที่ประชุมในวันดังกล่าวเป็นมติอันผิดระเบียบตามมาตรา 1195 ซึ่งโจทก์ในฐานะกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัทสามารถร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5510/2540 และ 3623/2527 วินิจฉัยไว้แนวเดียวกัน

อ่านเพิ่มเติม

ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิลงมติปลดประธานกรรมการ และแต่งตั้งตนเองเป็นประธานกรรมการบริษัทแทน ถือว่าผู้ถือหุ้นนั้นได้ลงมติในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษ อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 1185 หรือไม่

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1185 วางหลักว่า ผู้ถือหุ้นคนใดมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในข้ออันใดซึ่งที่ประชุมจะลงมติ ท่านห้ามมิให้ผู้ถือหุ้นคนนั้นออกเสียงลงคะแนนด้วยในข้อนั้น

คำว่า ” ส่วนได้เสียพิเศษ “ ในกรณีนี้คือการที่บุคคลนั้นมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับบริษัทยิ่งกว่าผลประโยชน์ที่มีในฐานะผู้ถือหุ้น เช่น ในกรณีที่มีการลงมติซื้อที่ดินของผู้เริ่มก่อการผู้เริ่มก่อการซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินไม่สามารถลงคะแนนเสียงได้เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้เสียพิเศษ โดยมีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องยิ่งกว่าผลประโยชน์ที่มีในฐานะผู้ถือหุ้น

การที่ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งในบริษัท ลงคะแนนออกเสียงถอดถอนประธานกรรมการบริษัทในการประชุมผู้ถือหุ้นนั้น ถือเป็นการใช้สิทธิโดยปกติธรรมดาในการจัดการบริษัทจำกัด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1144 และ มาตรา 1151 แม้ผู้ถือหุ้นคนนั้นจะแต่งตั้งตนเองเป็นประธานกรรมการบริษัทแทนประธานกรรมการบริษัทคนเดิมก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวก็มิใช่การให้สิทธิประโยชน์แก่ตนเองในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ แม้ผู้ถือหุ้นคนนั้นจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าวก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงส่วนได้เสียตามธรรมดาหาใช่ส่วนได้เสียเป็นพิเศษแต่อย่างใดไม่ ดังนี้ การกระทำดังกล่าวของผู้ถือหุ้นจึงไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 1185

คำพิพากษาฎีกาที่ 6454/2561 ป.พ.พ. มาตรา 1175 วรรคหนึ่ง กำหนดให้แจ้งวันนัดประชุมใหญ่บริษัทด้วยการลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนั้น ก็เพื่อมุ่งประสงค์ให้มีการแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าเพื่อผู้ถือหุ้นจะได้เตรียมตัวสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นอันจะเป็นประโยชน์แก่บริษัทได้เต็มที่ จำเลยที่ 2 ในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือขอเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ลงวันที่ 4 เมษายน 2557 เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 22 เมษายน 2557 โดยจัดส่งหนังสือเชิญประชุมไปยังภูมิลำเนาของผู้ถือหุ้นทุกคนทางไปรษณีย์ตอบรับและลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันตามบทบัญญัติดังกล่าวและตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 แล้ว การเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 22 เมษายน 2557 จึงชอบด้วยกฎหมาย

ป.พ.พ. มาตรา 1185 มีความหมายเพียงว่า ห้ามมิให้ออกเสียงลงมติเฉพาะผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษเกี่ยวกับข้อซึ่งที่ประชุมจะลงมติเท่านั้น เมื่อการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการบริษัท เป็นเรื่องปกติของการบริหารจัดการบริษัทซึ่งต้องอยู่ภายใต้การควบคุมหรือครอบงำของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ดังนั้นผู้ถือหุ้นย่อมมีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการบริษัทได้ โดยถือตามคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่รับรองสิทธิของผู้ถือหุ้นในการควบคุมดูแลการ
จัดการงานของบริษัท การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ใช้สิทธิออกเสียงปลดโจทก์ทั้งสองออกจากกรรมการและปลดโจทก์ที่ 1 ออกจากประธานกรรมการ และแต่งตั้งจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการของจำเลยที่ 1 แทน จึงเป็นปกติธรรมดาของวิธีการจัดการบริษัทจำกัดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1144 และ มาตรา 1151 นอกจากนี้การที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือ
หุ้นมีมติให้ถอดถอนโจทก์ทั้งสองออกจากกรรมการและถอดถอนโจทก์ที่ 1 ออกจากประธานกรรมการของจำเลยที่ 1 และแต่งตั้งจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการแทน ก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 หลุดพ้นจากการถูกตรวจสอบการบริหารงานของจำเลยที่ 1 เพราะจำเลยที่ 2 ในฐานะประธานกรรมการและจำเลยที่ 3 ในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 1 ยังคงต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของบริษัทและอยู่ในความครอบงำหรือการควบคุมของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอยู่ต่อไป ดังนั้น การออกเสียงลงคะแนนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ดังกล่าวจึงมิใช่เป็นการให้สิทธิประโยชน์แก่ตนเองในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นกรณีพิเศษแม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าวก็เป็นเพียงส่วนได้เสียตามธรรมดาหาใช่ส่วนได้เสียเป็นพิเศษที่จะถึงกับต้องห้ามไม่ให้ร่วมลงมติตามมาตรา 1185 แต่อย่างใดไม่ การออกเสียงลงมติของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246/2520 วินิจฉัยแนวเดียวกัน

อ่านเพิ่มเติม