จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายที่ 1 เมื่อผู้เสียหายที่ 1 วิ่งหลบหนีเข้าไปในบริษัท จำเลยยังไล่ยิงไปยังรถบัสของผู้เสียหายที่ 2 กระสุนปืนไม่ถูกผู้ใด แต่ถูกกระจกมองข้างรถบัสของผู้เสียหายที่ 2 ได้รับความเสียหาย การ กระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานใดบ้าง

Spread the love

หลักกฎหมาย :
ป.อ. มาตรา 59 วรรคสอง วางหลักว่า กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

ข้อสังเกต
เจตนาตามมาตรา 59 เเบ่งเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้
1.เจตนาประสงค์ต่อผล (เจตนาโดยตรง) หมายถึง การที่ผู้กระทำมุ่งหมายจะให้เกิดผลเช่นนั้นด้วย
ตัวอย่าง นาย ก. ต้องการให้นาย ข. ตาย จึงใช้ปืนยิงที่หน้าอกของนาย ข. จนถึงแก่ความตาย การกระทำของนาย ก. เป็นความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา(ประสงค์ต่อผล)
2.เจตนาเล็งเห็นผล (เจตนาโดยอ้อม) หมายถึง ผู้กระทำไม่ได้ประสงค์ต่อผล เเต่เมื่อพิจารณาจากการกระทำแล้ว ผู้กระทำย่อมคาดการณ์ได้ว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างเเน่นอน เท่าที่จิตใจของบุคคลในฐานะเช่นนั้นจะเล็งเห็นได้ เเต่ผู้กระทำก็ไม่ใยดีในผลนั้นเลย
ตัวอย่าง นาย ก. ยิงปื่นเข้าไปในรถโดยสาร แม้นาย ก. จะไม่ประสงค์ต่อผลให้ใครตาย เเต่ก็ย่อมเล็งเห็นได้ว่ากระสุนปืนอาจไปถูกคนใดคนหนึ่งในรถนั้นได้ เเละหากมีการตายเกิดขึ้น นาย ก. ย่อมต้องรับผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา(เล็งเห็นผล)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7716/2561 จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายที่ 1 เมื่อผู้เสียหายที่ 1 วิ่งหลบหนีไปในบริษัท จำเลยยังไล่ยิงไปยังรถบัสของผู้เสียหายที่ 2 ขณะมีพนักงานวิ่งหนีเพื่อไปหลบบนรถ กระสุนไม่ถูกผู้ใด แต่ถูกกระจกมองข้างของรถบัสของผู้เสียหายที่ 2 ได้รับความเสียหาย จากการกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยเล็งเห็นผลแห่งการกระทำของตนว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายที่ 1 ถึงแก่ความตาย เป็นการกระทำโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 เมื่อกระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 แต่ถูกกระจกมองข้างของรถบัสได้รับความเสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1 และทำให้เสียทรัพย์ผู้เสียหายที่ 2