ลูกหนี้จดทะเบียนโอนขายที่ดินของตนให้แก่ผู้ซื้อโดยคู่สัญญารู้อยู่ว่าจะเป็น ทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ หากผู้ซื้อโอนขายที่ดินนั้นต่อไปอีก แล้วผู้ซื้อที่ดินทอดต่อมานําที่ดินไป จํานองก่อนเริ่มฟ้องคดีขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล ดังนี้ หากผู้ซื้อที่ดินทอดต่อมาและผู้รับจํานอง สุจริต จะได้รับความคุ้มครองหรือไม่

Spread the love

คําพิพากษาฎีกาที่ 9906/2560  การจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทสองโฉนด ระหว่างจําเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการกระทําลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ในเรื่องของการเพิกถอน การฉ้อฉล มิใช่บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 อันเป็นเรื่องของวัตถุประสงค์ของนิติกรรมขัดต่อกฎหมายโดยชัดแจ้ง เมื่อโจทก์มาฟ้องคดีนี้ยังไม่พ้น 10 ปี นับแต่ได้ทํานิติกรรม อีกทั้งยังไม่พ้นปีหนึ่งนับแต่เวลาที่โจทก์ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องขอเพิกถอนได้  จําเลยที่ 2 ทํานิติกรรมโอนขายที่ดินพิพาทแปลงหนึ่งให้แก่จําเลยที่ 3 จําเลยที่ 3 ทํานิติกรรมโอนขายให้แก่จําเลยที่ 4 และจําเลยที่ 4 ทํานิติกรรมจํานองให้แก่จําเลยที่ 5 ซึ่งล้วนเป็นการทํานิติกรรมก่อนเริ่มฟ้องคดีขอให้เพิกถอน จําเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เป็นบุคคลภายนอก อันได้สิทธิในที่ดินพิพาทมาโดยสุจริตก่อนเริ่มฟ้องคดีขอให้เพิกถอน ย่อมได้รับการคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 238 ศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมในที่ดินพิพากษาระหว่างจําเลยที่ 2 กับที่ 3 ระหว่างจําเลยที่ 3 กับที่ 4 และระหว่างจําเลยที่ 4 กับที่ 5 ดังนั้น ไม่อาจเพิกถอนนิติกรรมระหว่างจําเลยที่ 1 กับที่ 2 ตามฟ้องได้ด้วย เพราะที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจําเลยที่ 4 โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว