ผู้รับจํานองมีหนังสืบอกกล่าวบังคับจํานองโดยกําหนดเวลาให้ชําระหนี้น้อยกว่าหกสิบวัน จะนําระยะเวลาดังกล่าวไปรวมกับระยะเวลาหลังจากนั้นจนถึงวันฟ้องว่าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกสิบวันแล้ว จึงเป็นการบอกกล่าวบังคับจํานองโดยชอบแล้ว ได้หรือไม่

Spread the love

คําพิพากษาฎีกาที่ 5702/2562 

แม้โจทก์และจําเลยทั้งสามจดทะเบียนจํานองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเมื่อ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 ก่อนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ คือ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 ก็ตาม แต่การที่โจทก์ผู้รับจํานองประสงค์จะบังคับจํานองนับจากนั้น โจทก์ก็ต้องปฏิบัติตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งบัญญัติว่า “เมื่อจะบังคับจํานองนั้น ผู้รับจํานองต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชําระหนี้ภายในเวลาอันสมควร ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคําบอกกล่าวนั้น ถ้าและลูกหนี้ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคําบอกกล่าว ผู้รับจํานองจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้พิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์สินซึ่งจํานองและให้ขายทอดตลาดก็ได้” โดยโจทก์ผู้รับจํานองต้องมีหนังสือบอกกล่าว บังคับจํานองไปยังจําเลยทั้งสามลูกหนี้ก่อนว่า ให้ชําระหนี้ภายในเวลาอันสมควร ซึ่งต้อง ไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่จําเลยทั้งสามลูกหนี้ได้รับคําบอกกล่าวบังคับจํานองนั้น ดังนั้น เมื่อโจทก์มีหนังสือทวงถามและบอกกล่าวบังคับจํานองลงวันที่ 13 กันยายน 2559 ซึ่งกําหนดระยะเวลาให้จําเลยทั้งสามชําระหนี้และไถ่ถอนจํานองให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือทวงถามและบอกกล่าวบังคับจํานองดังกล่าว จําเลยทั้งสามได้รับหนังสือบอกกล่าวบังคับจํานองเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 อันเป็นการกําหนดระยะเวลาน้อยกว่าหกสิบวันซึ่งเป็นกําหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ชัดเจนแน่นอนแล้ว จึงนําระยะเวลา 30 วัน ตามหนังสือบอกกล่าวบังคับจํานองไปรวมกับระยะเวลาหลังจากนั้นจนถึงวันฟ้องว่าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกสิบวันแล้วหาได้ไม่ กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าจําเลยทั้งสามลูกหนี้ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคําบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่ โจทก์จึงไม่มีอํานาจฟ้อง