ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจําเลยมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่ให้ รอการกําหนดโทษและคุมความประพฤติไว้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จําเลยฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ได้หรือไม่

Spread the love

คําพิพากษาฎีกาที่ 946/2562 

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจําเลยมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 295 ประกอบมาตรา 83 แต่ให้รอการกําหนดโทษและคุมความประพฤติไว้ จึงไม่เป็นการลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 18 และต้องถือว่าศาลชั้นต้นมิได้พิพากษาให้ลงโทษ จําคุกจําเลยเกิน 5 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและ ครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 ที่จําเลยฎีกา ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นําสืบมายังรับฟังไม่ได้ว่าจําเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย ผู้เสียหายนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว