โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ขอให้โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้องโจทก์ และบังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยตามฟ้องแย้ง ระหว่างพิจารณาจำเลยประมูลขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก โจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง โดยเพิ่มข้อหาอ้างว่าจำเลยทำละเมิด และแก้ไขคำขอท้ายฟ้องเป็นให้คืนเงินมัดจำและชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ โดยคำขอบังคับตามฟ้องของโจทก์ที่แก้ไขเพิ่มเติมภายหลังไม่ได้ขอให้โอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาท ดังนี้ คำฟ้องของโจทก์ภายหลังการแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องแล้ว อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นหรือไม่

Spread the love

คำพิพากษาฎีกาที่ 8036/2561  

เห็นว่า พระธรรมนูญศาลยุติธรรมกำหนดเรื่องเขตอำนาจศาลไว้เพื่อการบริหารจัดการคดีของศาลยุติธรรมเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนผู้มีอรรถคดีและผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า คดีโจทก์ที่ยื่นฟ้องในตอนแรกเป็นคำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในเขตศาลชั้นต้นซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นรับฟ้องไว้พิจารณาโดยชอบแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 ทวิ และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 การที่ต่อมาโจทก์แก้ไขฟ้องเพิ่มเติมข้อหาละเมิดอีกหนึ่งข้อ โดยไม่ได้ขอให้บังคับโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์อีก ถือว่าเป็นกรณีที่มีเหตุเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพฤติการณ์อันเกี่ยวด้วยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจศาลเหนือคดีนั้น การขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องดังกล่าวเกิดจากจำเลยประมูลขายอสังหาริมทรัพย์พิพาทแก่บุคคลภายนอกซึ่งต้องมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กันในท้องที่ที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ผู้เกี่ยวข้องและพยานหลักฐานส่วนหนึ่งที่เกี่ยวด้วยการโอนอสังหาริมทรัพย์ย่อมอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ทั้งคู่ความก็ไม่ได้โต้แย้งกันในเรื่องนี้ตั้งแต่แรก และไม่ปรากฏเหตุว่าจะทำให้คู่ความและผู้เกี่ยวข้องกับคดีไม่ได้รับความสะดวก หรือทำให้การบริหารจัดการคดีของศาลชั้นต้นไม่เป็นไปโดยถูกต้อง รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ย่อมไม่ตัดอำนาจของศาลชั้นต้นที่รับฟ้องคดีไว้แล้วที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นต่อไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (2) ทั้งศาลฎีกาได้พิพากษาให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมไว้พิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดรวมกับคำฟ้องเดิมของโจทก์ต่อไปแล้ว การที่ศาลชั้นต้นหยิบยกเรื่องเขตอำนาจศาลมาพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยเหตุที่โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องดังกล่าวย่อมเป็นการไม่ชอบ